คำพยาน

ประสบการณ์ชีวิต
ก่อนที่ดิฉันจะรู้จักกับความรักของพระเจ้า เป็นอะไรที่ไม่ดีไปหมดทุกอย่าง หมดหวัง ท้อแท้กับชีวิตเพราะเป็นคนที่ขี้โมโห ใจร้อน อารมณ์ฉุนเฉียว การดำเนินชีวิตก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ มีปากเสียงกับสามีเป็นประจำ ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ท้อแท้กับชีวิตและ หมดหวังเหมือนกัน ดิฉันมีพี่ที่รู้จักกัน 2 คน เขาเป็นพี่ที่ดูแลดิฉัน
วันหนึ่งเขาได้พาดิฉันและ สามีไปที่โบสถ์และได้รู้จักกับ อาจารย์ปรีชา เกิดอยู่ ซึ่งเป็นผู้รับใช้พระเจ้าอยู่ที่คริสตจักรเมืองกาญจนบุรี ย่านเตาปูน อาจารย์ ปรีชา ได้เล่าเรื่องของพระเจ้าให้ดิฉันฟัง และแล้วดิฉันก็เปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในใจ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นและ รู้สึกขนลุกชอบกลเพราะ สิ่งที่อึดอัดในใจก็รู้สึกว่ามันโล่งใจจนบอกไม่ถูก ภายหลังฉันได้ดำเนินชีวิตแบบคริสเตียนแล้ว ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป ฉันเริ่มต้นอธิษฐานขอการทรงนำที่มาจากพระเจ้า พระเจ้าก็ทรงอวยพรฉํนอย่างมากมาย จากที่เคยเป็นคนที่ดูงี่เง่า ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนเฉยๆ อ่อนน้อมอ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนเยอะ ความรักระหว่างดิฉันกับสามียิ่งมีความสุขมากยิ่งขึ้นเพราะว่าเราไม่เคยทะเลาะกันอีกเลย ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงรัก เมตตาดิฉันและสามีเสมอ ตลอดเวลา
ความรักของพระเจ้าเป็นความรักที่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้ เป็นความรักที่บริสุทธิ์ ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงทำให้เราได้เป็นคนใหม่ในสายพระเนตรของพระองค์ ขอบพระคุณพระเจ้าค่ะ
…………………………………………………………………………………………………..
คำพยานจากคุณเอมอร
คำพยานชีวิตที่ได้ยินได้เห็นในงาน 20 ปีคริสตจักร คืนนั้น หนุนใจดิฉัน ทำให้ดิฉันโล่งใจ และปลดปล่อยความคิดที่ขัดแย้งภายใน ข่าวประเสริฐที่หว่านไปในอากาศ กับรายการวิทยุ (ทางชีวิตหรือรายการข่าวประเสริฐ พี่เอมอรจำไม่ได้) เมื่อกว่า 20-30 ปีในวันนั้น มันเกิดผลในวันนี้ พี่เอมอร เป็นผู้หนึ่งที่เมล็ดพันธุ์แห่งข่าวประเสริฐงอกรากและหยั่งลงในใจเธอ เพียงแต่มีผู้ไปรดน้ำในใจเธอ เท่านั้น (คุณนาตยาผู้ไปรดน้ำ) เมล็ดพันธุ์นั้นก็งอกงาม และเติบโตขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จากคำพยานชีวิต พี่เอมอร เคยฟังรายการข่าวประเสริฐทางสถานีวิทยุสมัยที่เธอยังเป็นนักเรียน และเธอก็ชอบและสนใจ แต่ยังไม่เข้าใจนักในเวลานั้น

แต่เมื่อวันหนึ่ง เธอประสบกับปัญหา ทั้งสุขภาพ ลูก การงาน เงินทอง และหนทางแก้ก็ดูมืดมิด เธอไม่มีทางออก ปัญหาทำให้เธอเป็นคนเก็บกด เจ้าอารมณ์โดยไม่รู้ตัว จากอารมณ์ที่หงุดหงิด โกรธแค้น มันทำให้พี่เอมอรเปรียบเสมือน ผู้เจ็บป่วยฝ่ายวิญญาณ เมื่อเป็นดังนั้น จึงแสดงออกมาทางการเจ็บป่วยฝ่ายร่างกายซึ่งแพทย์ก็รักษาได้เพียงอาการภายนอกที่เห็นเท่านั้น เธอต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลที่แพง แต่มันก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะเมื่อหยุดการรักษาพยาบาล อาการก็กลับเป็นขึ้นอีกเธอตัดสินใจ ที่จะไม่รับการรักษาโดยแพทย์ แต่แต่พร้อม และยอมที่จะเข้ามาพึ่งพระเจ้า ตามคำชวนของคุณนาตยา เมื่อเธอยกปัญหานั้นมาทูลพระเจ้า พระองค์ทรงปลดปล่อยพันธนาการที่เป็นดังโซ่ตรวนเธอออก…ตลอด 4 เดือนแห่งการรับเชื่อ ชีวิตฝ่ายวิญญานพี่เอมอรดีขึ้นมาก มันส่งผลดีมาสู่สุขภาพกายภายนอกของเธอ เธอไม่ได้ไปรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลอีกเลย แต่อาการเธอก็ดีขึ้นไม่กำเริบ และจากพี่เอมอร ผู้ หงุดหงิดตลอด ไม่มีคำว่าให้อภัย มาเป็นพี่เอมอร ที่อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส อ่อนโยน ยอมให้อภัยกับทุกคน และอยากส่งความรัก ความปรารถนาดีไปสู่ทุกๆคน จนคนใกล้ชิดต่างพากันสงสัยสิ่ง ที่เธอเปลี่ยนไป พี่เอมอรยืนยันว่า เธอเคยคิดที่จะเปลี่ยนตัวเอง…แต่มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เมื่อพระเจ้าเปลี่ยน ทุกอย่างเป็นไปได้


ดิฉันจึงเข้าใจหน้าที่ ของเราทุกคนผู้เป็นผู้รับใช้พระเจ้า พระองค์ทรงต้องการให้เรา ประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์ ออกไป แต่พระองค์จะเป็นผู้ประทาน ความรอดมาสู่ผู้ที่ได้ยิน ได้ฟัง และรับเอาข่าวประเสิรฐนั้น …..20 ปี คริสตจักรเมืองกาญจนบุรี เราจะยังทำพันธกิจ ที่นำข่าวประเสริฐไปสู่ ผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า…. โดยทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด โดยพระเจ้าพระองค์จะทำในส่วนของพระองค์เอง….แม้คนกลับใจเพียงคนเดียว ก็คุ้มค่าที่สุด…


เมษายน 17th, 2010 at 2:24 pm
เป็นพระพรแก่พี่น้องมากเลยค่ะ
สิงหาคม 12th, 2010 at 11:00 pm
ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและเสริมกำลังพี่น้องในพระคริสต์ทุกๆท่านนะครับ รักและเคารพในพระคริสต์
สิงหาคม 12th, 2010 at 11:01 pm
คิดถึงพี่เอ็มนะครับ
สิงหาคม 12th, 2010 at 11:12 pm
มาระโก 3:35 …ผู้ใดจะกระทำตามพระทัยพระเจ้า ผู้นั้นแหละเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา” (สุขสันต์วันแม่ครับทุกคน 12/08/2010)